2007/Jan/13

แต่ง : อาทิตย์ 7 มกราคม 2549

ประเภท : เรื่องสั้น

ผมต้องหนี ... ผมต้องรอด ...

ผมวิ่งอยู่ในป่าที่เต็มไปด้วยเถาวัลย์และไม้ป่ามากมายด้วย เท้าเปล่าที่ย่ำลงไปกับหนามไม้มากมายมีสีแดงของเลือดเปื้อนเป็นรอยๆที่บริเวณขาและเท้า เลือดเปื้อนทั่วเสื้อลายสก็อตสีเขียวสดของผม มีเพียงจันทร์ที่ส่องแสงท่ามกลางค่ำคืนที่มืดมิดที่น่าสะพรึงกลัว...

สองสามวันก่อน ผมเดินทางมาเที่ยวที่ทะเลสาบแห่งหนึ่งพร้อมกับเพื่อนๆอีกห้าคน พวกเราสนุกสนานกับการก่อเต๊นท์ ตกปลา เล่นท่ามกลางกองไฟตามประสาเพื่อนๆที่เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยใหม่ๆ

หลังจากคืนนั้นเองที่เราเข้านอนในเต๊นท์ เมื่อพวกเราตื่นมา ผมพบว่าเพื่อนผมอีกสามคนที่นอนอยู่เต๊นท์ข้างๆหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย พวกเราตามหาทั่วบริเวณแล้วก็ไม่พบพวกเขาเลย

บางทีพวกมันอาจกลับกันไปแล้วก็ได้นะ แพคคาด

บ้าเหรอ ใครมันจะกลับไปกลางดึกโดยไม่บอกไม่กล่าวว่ะ ไม่ได้ทะเลาะกันซักหน่อย ผมให้ความเห็น

เราว่านะ พวกเรากลับกันเถอะ เราว่ามันยังไงๆอยู่ กายเสนอ

แล้วพวกมันล่ะ จะทิ้งให้พวกมันไว้ที่นี่เหรอ ผมพูด

มันน่าจะกลับไปแล้วล่ะ แพคสรุป พรุ่งนี้พวกเรากลับกันเถอะ

ตอนกลางวันพวกเราช่วยกันเก็บของทั้งหมดและยกข้าวของทั้งหมดไปเก็บที่รถ เหลือไว้เพียงเต๊นท์ที่จะเก็บทีหลังสุด ขณะที่ผมกำลังจัดกระเป๋าอยู่นั่นเอง

มือถือเราอยู่ไหนเนี่ย ผมถามเพื่อนทั้งสองคน เมื่อเช้ายังเห็นวางกองรวมกันอยู่กับของพวกมึง

เออ นั่นสิ่ ของเราหายไปไหนเนี่ย เพิ่งซื้อมาใหม่ๆนะเว่ย กายนึกได้และช่วยผมหา

ของกูก็หายหวะ เฮ้ย อย่าบอกนะว่าไอพวกนั้นมันเอาไปด้วย แพคทำเสียงเซ็ง

ถ้าอย่างนั้นก็ดีสิ่ อย่างน้อยก็ดีกว่าหาย กายพูดอย่างมองโลกในแง่ดี

เราค้างที่นั่นเป็นคืนสุดท้าย ผมสันนิษฐานว่าสาเหตุที่เพื่อนอีก 3 คนหายตัวไปน่าจะไม่ใช่เป็นเพราะพวกเขากลับบ้านกันอย่างแน่นอน

คืนนั้นผมนอนไม่หลับทั้งคืน ...

เมื่อคืนเรานอนไม่หลับเลยว่ะ กายบ่นพร้อมกับหาวไปด้วย ขณะที่กำลังช่วยผมเก็บเต๊นท์

เหมือนกัน ผมพบว่าทั้งสองคนก็เป็นเหมือนผม

เวลาเกือบจะเที่ยง หลังจากที่เก็บเต๊นท์ทั้งหมดขึ้นรถ พวกเราก็ออกจากที่นั่นทันที ระหว่างที่ผมขับรถอยู่นั้น บรรยากาศภายในรถเงียบเชียบขนาดที่เสียงใบไม้ที่โดนรถย่ำไประหว่างทางยังดังกว่า

เฮ้ย น้ำมันหมด ! ผมร้องขึ้นมาทำลายความเงียบ รถกระบะสีดำยังแล่นไปในทางเรื่อยๆ และในที่สุดก็ต้องหยุดลงเพราะเครื่องไม่ทำงาน

ไม่เป็นไร มีถังสำรองหลังรถ แพคกล่าว แต่ผมจำได้ว่าขณะที่ขนของขึ้นไม่เห็นว่าจะมีถังน้ำมัน เฮ้ย น้ำมันหายไปไหนเนี่ย

กูไม่เห็นตั้งแต่แรกแล้วนะ ไอถังน้ำมันเนี่ย เอามาด้วยเหรอ กายพูดอย่างเซ็งๆ อะไรนักหนาวะแม่ง

แล้วจะทำยังไงล่ะทีนี้ ผมพูด

เอ๊ะ เมื่อวันก่อน ก่อนจะเข้ามาที่นี่ก็เติมน้ำมันมาเต็มถังนี่ แล้วอยู่ดีๆมันเกลี้ยงได้ไงเนี่ย แพคโวยวาย

เฮ้ย มันมีอะไรแปลกๆอยู่นะ กายสงสัย ตั้งแต่ที่พวกมันสามคนหายไป มือถือหาย น้ำมันหมดทั้งๆที่เติมมาเต็มถัง

แม่งเอ๊ย ใครวะ กูจับได้จะกระทืบมันให้ตายเลย แพคอารมณ์เสีย

ใจเย็นเว่ย ๆ เดี๋ยวพวกเราเดินไปข้างหน้าก็ได้ ใกล้ถึงปากทางแล้วหนิ ผมพยายามไม่ทำให้สถานการณ์ดูแย่ไปมากกว่านี้ ทั้งที่ในใจก็รู้สึกเกรงแพคที่เป็นคนอารมณ์เสียง่ายและควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้

โว้ย อะไรวะเนี่ย แพคหงุดหงิดขึ้นเรื่อยๆ แต่ท้ายที่สุดในเมื่อไม่มีทางเลือกจริงๆ พวกเราสามคนจึงออกเดินเท้าไปทางข้างหน้าด้วยกัน พร้อมกับเป้คนละใบที่บรรจุเตียงสนามไว้

มึงว่าทั้งหมดนี่มันมีอะไรที่แปลกๆรึเปล่าวะ กูรู้สึกเหมือนกับว่ามันมีอะไรแฝงอยู่เงียบๆ กายพูดทำลายความเงียบ และพวกเราก็มองเข้าไปในป่าที่มีเพียงเสียงนกร้องเสียงแจ้วมาแต่ไกล ผมไม่คิดว่าป่าเงียบเช่นนี้

ไม่แน่นะ มันอาจเป็นอุบัติเหตุ ผมพูดทั้งที่ใจไม่ได้รู้อย่างนั้น แต่ไม่อยากทำให้สถานการณ์เลวร้ายไปกว่านี้

แพคเงียบและไม่ได้พูดอะไร เขาโมโหหงุดหงิดจนไม่อยากเอ่ยปากพูดอะไรทั้งสิ้น

ยามดึกมาถึง ความมืดเข้ามาแทนที่ท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้มในยามเย็น ทุกสิ่งทุกอย่างในป่าอยู่ในความสงบ พวกเรารู้สึกเหนื่อยเหลือเกิน กายจึงเสนอให้พวกเราพักกันก่อนที่จะเดินเท้าต่อไปข้างหน้าในวันพรุ่งนี้

ราตรีสวัสดิ์นะ ผมพูดให้กับทั้งสอง และหลับไปทันทีที่หลับตา

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก เสียงดังขึ้นทะลุเข้าไปในโสตประสาทของผม ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกับกาย

แพคไม่อยู่ ... และนั่นก็เป็นเสียงของแพค ...

แพคคคคคคคคค อยู่ไหนนนนนน ผมตะโกนขึ้นเสียงดังลั่น ขณะที่วิ่งไปตามทางของเสียงพร้อมกับกาย

มึงอยู่ไหนเนี่ย กายยกเอามือป้องข้างๆปากและตะโกนเสียงดัง

อย่านะ ไม่ ๆ ๆ อย่ายุ่งกับกู เสียงของแพคดังจนทำให้ผมกับกายผวา

ผมวิ่งไปข้างหน้า... และในที่สุด...

แพคคคคคคคคคค กายร้องออกมาด้วยความตกใจสุดขีด เมื่อเห็นแพคนอนจมอยู่ในกองเลือดของตัวเอง ตากลมโตถลนออกมาพร้อมกับปากที่เต็มไปด้วยของเหลวสีแดงฉาน ใครทำมึง ๆๆ ห๊ะ มันเป็นใคร

อย่าเพิ่งตายนะ กลั้นใจไว้ ผมพูดออกมาด้วยความกลัว สภาพเพื่อนรักอันน่าสยองขวัญเบื้องหน้าทำให้ผมพูดไม่ออก

แพคตาถล่นยิ่งขึ้น เขามองหน้าที่กายด้วยความตื่นตกใจกลัว และชี้ไปทางซ้ายมือในป่ากว้าง ปากเต็มไปด้วยเลือด จนไม่สามารถทำให้พูดได้ และแน่นิ่งไปในที่สุด

สน หนีกันเถอะ ในป่านี้มีฆาตกรโรคจิต!! กายผลุดลุกขึ้นและรีบจูงมือผมพาวิ่งหนีไปข้างหน้า

กิ่งและหนามไม้แทงทิ่มตำเท้าเปล่าของผม ผมวิ่งจูงมือกับกายอยู่ในความมืด กายบีบมือผมแน่นขึ้นเรื่อยๆ ความเครียดผสมกับความหวาดกลัวกระจายอยู่ในสมอง จนผมเริ่มร้องไห้ด้วยความกลัว

พลั่ก !

ผมล้มลงกับพื้น มือหลุดจากมือของกาย แต่กายก็ยังคงวิ่งต่อไปข้างหน้า

ลุกขึ้นมาเร็วๆ !! แม้เขาจะพูดอย่างนั้น เขาก็ยังวิ่งไปข้างหน้าเรื่อยๆโดยที่ไม่คิดจะรอผมเลย

ช่วยด้วย ผมเจ็บขา...

รอกูด้วย! ผมตะโกนอย่างหมดเรี่ยวแรง ทุกอย่างดูเหมือนจะหมุนรอบติ้วๆไปหมด ไม่ไหวแล้ว...

อ๊ากกกกกกกก เสียงของกายดังขึ้นก่อนที่ผมจะสิ้นสติไป........

ขณะนี้คนร้ายที่ก่อคดีฆาตกรรมในป่าได้หายตัวไปขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังตามจับตัว เสียงผู้รายงานข่าวหญิงรายงานข่าวของผม หลังจากที่ผมวิ่งหนีผู้ร้ายทั้งคืนก็ไปถึงปากทางที่เดินหามาทั้งคืน ผมได้ขอร้องให้หญิงชราและหลานชายวัยเด็กเข้าไปช่วยผมในป่านั้น และผมก็สามารถรอดชีวิตจากการถูกไล่ล่าจากฆาตกรโรคจิตในป่าได้

นอกจากเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายจะเป็นกลุ่มเพื่อน 5 คนมาเที่ยวด้วยกันแล้ว ยังมีหญิงชราและเด็กชายวัยสิบขวบด้วย ตำรวจสันนิษฐานว่าคนร้ายน่าจะเป็นเพื่อนอีกคนหนึ่งที่เดินทางมาเที่ยวด้วย และขณะนี้ได้หนีลอยนวลไป...

2007/Jan/01

สวัสดีวันนี้วันสุดท้ายของปีสินะ

วันธรรมดาวันหนึ่งที่พวกเราสมมติมันขึ้นมา

อาจจะฟังดูงี่เง่า เละเทะ และไร้สาระสิ้นดี

แต่มันก็เป็นวันที่แสนจะอบอุ่นไม่ใช่หรอ

วันแห่งการเริ่มต้น ทุกชีวิตต่างให้สัจจะกับตัวเอง และ ครอบครัว หรือไม่ว่าจะเป็นเพื่อนๆ

ว่าจะเป็นคนใหม่ วันที่ทำให้เราได้เห็นว่าชีวิตนี้เรายังเหลือใครบ้าง

สิ่งใหม่ๆ เริ่มต้นขึ้น ณ วันนี้

เมืองหลวงถูกประดับประดาไปด้วยแสงไฟสีสวยงาม

ราวกับเนรมิตเมืองใหม่ขึ้นมา

ด้วยแสงสีที่สดสวย

วันที่ทุกคนจะร่วมกันนับถอยหลังอย่างเป็นสุข เพื่อหาวันใหม่ที่สดใส

เมื่อคืนมีเหตุร้าย

ทำร้ายชีวิตคนอื่นที่กำลังรอวันเวลาเหล่านั้นอยู่กับครอบครัว

พ่อ แม่ พี่ น้อง ทุกคนกำลังหัวเราะกันอย่างมีความสุขสนุกสนาน

บึ๊ม...........

ชั่วไม่กี่วินาทีนั้นก็ทำลายความสุขที่ทุกคนรอคอยมาตลอดปี

ผมรู้สึกได้ถึงเสียงที่แสนจะดังสนั่น ราวกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เลวร้ายที่สุดในชีวิต

กำลังประดังเข้ามาในโสตประสาทของผมในชั่วเสี้ยววินาทีนั้น

เจ็บปวดเหลือเกิน...

เวลานี้แม่ของผมอยู่ที่ไหน แม่ครับ ผมเจ็บเหลือเกิน

ป่านนี้น้องสาวผม จะเป็นอย่างไรบ้าง เธอยังสวยสดใสในชุดใหม่ที่ผมซื้อให้รึเปล่า

พี่สาวผมจะเป็นอย่างไร เมื่อกี้เธอลุกไปเข้าห้องน้ำ หวังว่าเธอจะปลอดภัยดี

พ่อ... ดูแลแม่กับพี่น้องด้วยนะ...

มืดเหลือเกิน

นี่คือฝันร้ายใช่ไหม

เมื่อคืน ผมกำลังกินเลี้ยงอยู่กับครอบครัวอย่างเป็นสุข

ถอยหลังเข้าสู่วันใหม่

และกลับเข้านอนพร้อมกับเสียงสุดท้ายที่แม่บอกว่า

ราตรีสวัสดิ์จ้ะ ใช่ไหม

ใช่ครับ มันคือความฝัน

ผมฝันไปเองจริงๆ กรุงเทพมหานครก็ยังเป็นเมืองหลวงที่วุ่นวาย

แต่ปราศจากภัยเหมือนเคย

เวลานี้มันเปลี่ยนไปรึยัง ผมเชื่อว่าน่าจะยัง

เพราะผมตื่นมาก็พบว่า พ่อ แม่ พี่ น้อง ก็ยังนอนหลับสบายดีในผ้าห่มอุ่นๆอยู่กันทุกคน

ผมแค่หวังว่าวันพรุ่งนี้

จะตื่นมาและพบกับสภาพแบบนี้อีก

ปีใหม่ ขอให้ทุกคนมีความสุข

ปลอดภัยกันถ้วนหน้านะครับ ^ ^

จบ (แบบห้วนๆ)